กุ้งผัดสะตอ สูตรง่ายๆแต่อร่อย

สะตอผักอาหารของปักษ์ใต้ เป็นที่นิยมรู้จักกันแพร่หลายถึงความอร่อย และสามารถนำมาทำเมนูอาหารได้หลายชนิด ไม่ว่าจะแกงหรือผัดหรือใช้เป็นผักเคียงทานคู่กับอาหารรสจัดๆ....

เมนูผัดกุ้งสะตอ เครื่องปรุงพร้อม สะตอกุ้ง เครื่องแกงเผ็ด(สำเร็จรูป)เครื่องแกงกะเอานะหากว่าทำไม่มากกินกันแค่2คนก็ใช้ประมาณหนึ่งซ้อนโต๊ะ ใบมะกรูด ต้นหอม หั่นๆตามชอบ กะพอประมาณตามชอบ นำ้ตาล น้ำปลา น้ำมันพืช... เตรียมไว้ดีแล้ว

กะทะตั้งไฟร้อน น้ำมันร้อน ใส่เครื่องแกงลงผัดให้ส่งกลิ่นหอม ปรุงรสด้วย นำตาล น้ำปลา อย่างละพอประมาณ(ยังไม่ใส่ กุ้งและสะตอ ก่อน รอๆๆๆใจเย็นๆ)

ปรุงเครื่องก่อน ชิบรส หวานเค็มตามชอบ อย่าให้เครื่องแห้งไป ใส่น้ำลงไปนิดๆผัดๆให้เข้ากัน เมื่อได้ทีดีแล้ว ใส่กุ้ง สะตอ ลงผัด สาม สี่ ครั้ง รีบๆผัดเพราะกุ้งจะสุกเร็ว โดนความร้อนนานๆไม่ดี เอาแค่พอสุกไม่ต้องตั้งไฟนานๆ ไม่อร่อย...นะ โรยหอม โรยมะกรูด ผัดๆๆ รีบยกลง..กินได้
*
*
มาสูตรที่ 2..ผัดกุ้งสะตอ... กุ้งพร้อม สะตอพร้อม... สิ่งที่ต้องใช้

กะปิ 1ช้อนโต๊ะ
พริกสวนทุบๆบุบๆให้แตกหรือเอาลงไปตำพอหยาบๆพร้อมกระเทียม
เตรียม
น้ำมันพืช

เครื่องปรุง น้ำปลา กะเอานะ
น้ำตาลก็ไม่มาก นิดเดียว ใช้เพื่อเป็นการปรุงรสเฉยๆ ไม่ใช้จนหวานมันจะไปทำลายรสชาติความอร่อยของกุ้งและสะตอ
*
วิธีทำ...เมื่อตำกระเทียมและพริกเรียบร้อยแล้ว ลงผัดกับน้ำพืชร้อนๆพร้อมกะปิ คอยเติมน้ำนิด ผัดๆเครื่อง ปรุงเครื่อง อย่างสูตรแรก....
เมื่อชิม รสหวาน เค็มได้ดีแล้ว ใส่กุ้ง สะตอ ผักอื่นๆที่เตรียมไว้ เช่น ต้นหอม มะเขือเปราะ ลงผัดๆไม่ต้องนาน เอาแค่กุ้งสุก.. ปิดไฟยกลง...กินได้

เมนู แซ่บๆเผ็ดร้อนถึงเครื่อง #ต้มยำพวงไข่ #


เมนู แซ่บๆเผ็ดร้อนถึงเครื่อง #ต้มยำพวงไข่ #
#ต้มยำพวงไข่ #แชร์เก็บไว้เลย
+
*ส่วนผสม...
- ไข่อ่อน
- ข่า
- ตะไคร้
- ใบมะกรูด
- รากผักชี
- หอมแดง
- พริกขี้หนู
- ผักชีฝรั่ง
- พริกเผา
- น้ำซุป
- น้ำปลาอย่างดี
- มะนาว
+
*วิธีทำ....
1. ล้างทำความสะอาดไข่อ่อนหลายๆรอบ พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
2. ซอยและหั่นเครื่องต้มยำเตรียมไว้
3. ต้มน้ำซุปจนเดือด ใส่เครื่องต้มยำลงไป รอสักพัก
4. ใส่ไข่อ่อนลงไป เติมน้ำปลา ชิมรส
5. ใส่พริกเผาลงไป
6. ปิดไฟ ใส่น้ำมะนาว และผักชีฝรั่ง
6. ปิดไฟ พร้อมเสริฟ
+
ขอบคุณที่มา : Malai Sittikornroj‎‎ ทาง facebook.
🎥 nittiya8:
📷 arm_rich: skyline_nk: ครัวบ้านนอก
////
ขอบคุณภาพและสูตรจาก..... เฟสบุ๊ค อาหาร

แกงเลียงปลาย่าง

ภาพ http://goo.gl/6UL9sz

“มันเสา” พืชพื้นบ้านที่มีมาแต่โบราณ เป็นพืชหัวอยู่ใต้ดิน รูปทรงกระบอกยาวตรง บางครั้งมีความยาวมากกว่า 2 เมตร ขึ้นอยู่กับอายุของต้น ผิวด้านนอกมีสีน้ำตาล เนื้อด้านในมีสีขาวครีม และมียางเมือกในเนื้อมัน
ด้วยภูมิปัญญาของชาวมอญลุ่มน้ำแม่กลองจังหวัดราชบุรีในอดีต ที่ได้นำมันชนิดนี้ขึ้นมาประกอบอาหารเพื่อรับประทาน โดยเฉพาะในช่วงหลังฤดูฝนไปจนถึงฤดูร้อน ไม่ว่าจะนำมาหั่นเป็นลูกเต๋าขนาดเล็ก หุงผสมกับข้าว เพื่อเพิ่มปริมาณ รสชาติ และความหอม รวมไปถึงอาหารคาวหวาน ทั้งแกงบวช มันเชื่อม

ภาพ http://goo.gl/6UL9sz

 แต่ที่นิยมทำรับประทานกันมากที่สุดจวบจนปัจจุบันก็คือ “แกงเลียงมันเสาปลาย่าง
ชาวไทยเชื้อสายมอญบ้านคุ้งพะยอม อ.บ้านโป่ง กล่าวว่า วิธีการทำเริ่มจากนำหัวมันมาปลอกเปลือก ล้างให้สะอาด เฉาะให้เป็นชิ้นพอดีคำ พักไว้ แล้วหันไปตำเครื่องแกงที่ประกอบด้วย กระเทียม พริกไท กะปิ และปลาย่าง จากนั้นตั้งไฟต้มน้ำให้เดือด นำเครื่องแกงใส่ลงไป รอจนเดือดอีกครั้งจึงใส่มันเสาและปลาทูย่าง ต้มจนเนื้อมันเสาสุกนิ่ม แล้วจึงใส่ใบตำลึงลงไป ก็พร้อมเสิร์ฟ
 รสชาติที่ได้จะมีความเค็มจากกะปิ และมีความเผ็ดร้อนจากพริกไท พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของปลาย่าง รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยได้ง่ายๆ
................
Cr: http://goo.gl/6UL9sz

ผักแกง" อ้อดิบหรือคูน"ชือภาษาอังกฤษ คือ Taro Stalk "Bac Ha"

วันนี้ และเมื่อหลายหลายครั้งหลายปีมาปีมาแล้ว เวลาได้ไปในเมืองมักจะแวะซื้อ ผัก อาหาร เครื่องสมุนไพรสำหรับทำแกงไว้ในครัวด้วย
และหากว่า เจอ " อ้อดิบ" คนปักษ์ใต้จะเรียก "คูน" ว่า อ้อดิบครับ เกิดสงสัยว่า อ้อ/คูน (Taro Stalk "Bach Ha")ภาษาอังกฤษ ชื่อไรกันแน่....เพราะว่า ปกติผมชอบ นำอ้อดิบ มาทำแกงเหลือง อ้อดิบ ทอดปลา (ใส่ปลา)นั้นเอง จะใส่ผักอื่นลงไปด้วยครับ เช่น กะหล่ำปลี/มะเขือเปราะ/ เครื่องแกง สำหรับปรุงแกงเหลือง อ้อดิบ คูน (Taro Stalk "Bach Ha") ใส่ปลา พริกแห้งและพริกสด สัดส่วนพอๆกันตามชอบ /หอมแดงหากมี 1หัว/กระเทียมตามชอบครับ(ห้ามขาดกระเทียมเด็ดขาด)/ ขมิ้นชั่น กะเอา/ กะปิ 1ช้อนโต๊ะ/น้ำปลา/ มะนาวหรือน้ำมะขามเปียก/
        กรรมวิธี/พริก/กระเทียม/หอมแดง/ขมิ้นชัน/ตำให้ละเอียดดี ใส่กะปิ ตามลงตำ
หั่นผักที่ใช้ ของผมมี กะหล่ำปลี มะเขือเปราะ (กะพอดีส่วนที่ต้องการให้พอดีกับเครื่องแกง)หั่นคูน หรือ อ้อดิบ ล้างน้ำ เด็ดน้ำวางไว้ ล้างปลาให้สะอาด
   หม้อต้มน้ำร้อน ใส่เครื่องลงไป ปลา ผักที่เตรียมไว้ ใส่ลงไป (หากที่บ้านมี กุ้งติดอยู่ในตู้เย็น ใส่ไปด้วยตามชอบครับ)ผมชอบใส่กุ้งขนาดกลาง ราวๆ5-7ตัวลงไปด้วย เพราะว่ากุ้งมันทำให้น้ำแกง หอมหวานเข้มข้นตามธรรมชาติโดยเราไม่ต้องใช้ น้ำตาล ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุทำให้อ้วนครับ....
      เติมน้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ /น้ำมะนาว/หรือมะขาม แกงเดือดส่งกลิ่นหอมหอม ดีแล้ว ดูผัก ปลา สุกเข้ากันดี ชิมรสตามชิบครับ
   ปล,ผมตั้งใจนำเรื่อง "อ้อดิบ/ คูน/ (Taro Stalk "Bach Ha") มาฝากครับ.....ซึ่งคัดลอกมาจาก "วิกิพีเดีย"ภาคภาษาอังกฤษ...ดั่งนี้ครับ....
ภาพ Wikipedia, the free encyclopedia

Colocasia gigantea (also called giant elephant ear or Indian taro) is a 1.5–3 m tall herb with a large, fibrous, inedible corm, producing at its apex a whorl of large leaves. The leaf stalk is used as a vegetable in some areas in South East Asia and Japan.

Known as bạc hà in southern Vietnam and by Vietnamese speakers in the U.S (while it is called and bạc hà refers to a culinary mint herb in northern Vietnam ), it is often used in canh chua and bún (rice vermicelli soup).

In Japanese, it is called hasu-imo (literally, "lotus yam") in general and ryukyu in Kochi Prefecture as it is originated in Ryukyu Kingdom. It is sometimes used as an ingredient of miso soup, chanpuru and sushi. A Japanese term zuiki means the leaf stalk of both C. gigantea and C. esculenta. Higo-zuiki, made of a dried stalk and produced solely in Kumamoto Prefecture (or Higo Province), is a sex toy with a history of several hundred years, containing saponin which is considered to affect sexual pleasure.

C. gigantea is close to Alocasia macrorrhizos and is thought to be produced from natural crossing between A. macrorrhizos and C. esculenta.
 Wikipedia, the free encyclopedia
 

สลัดผักรวมอาหารเพื่อสุขภาพ ทานแล้วไม่อ้วน

สลักผักทำทานเองง่ายๆ
มีผักอะไรก็ใส่ลงไป..ทานแล้วไม่อ้วน
ผักของเราวันนี้มี..
ผักชี หั่นเล้กๆ
ถั่วดำต้มสุก
ถั่วดำนี้เราซื้อสำเร็จรูปค่ะ
พริกหยวก กรอบๆอร่อยค่ะ
มะเขือเทศลูกใหญ่
หอมหัวใหญ่ หั่นมาตามชอบ
ปกติ จะมีอะโว้กาโด้ ด้วยอีกอย่าง แต่วันนี้ขาด(ไม่เป็นไร)
ผักสลัด ที่มีขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ต
ไข่(หรือเนื้อไก่ปรุงสุกแล้ว)
วันนี้เราทำน้ำสลัดแบบยำ
ปกติจะมีน้ำสลัด สำเร็จรูปไว้ติดตู้เย็น ง่ายๆ
......................
เปลียนมาเป็น ยำสลัดแทน
คือมีมะนาว กะใช้แต่น้ำของมัน/พริกสวนสดๆ/น้ำปลา/น้ำตาลนิดเดียว(จริงๆไม่ใช้เลย แต่ลงไว้เผื่อว่าบางทานชอบออกรสหวาน)
จากนั้นก็จัดการ ปรุงน้ำยำเลยค่ะ เปรียว หวาน เค็มตามชอบ เมื่อได้ทีแล้ว ก็จัดการราดลงไปเลย
คลกเคล้าให้กัน ทานเลยจร้าาาา



อาหารสุขภาพทานแล้วไม่อ้วน"เมนู หมกหัวปลีใส่ไก่/สองสูตร..."

หมกไก่วุ้นเส้น....

วันนี้นำเมนูสุขภาพที่อุดม?ไปด้วย ผักสมุนไพร และเครื่องเทศ ทานแล้วเผาผลาญดี แถมย่อยง่ายด้วย ท้องก็ไม่อืด สรุปทานแล้วไม่อ้วนค่ะ(เว้นแต่ว่าทานเยอะไปคือคุมปากไม่อยู่)อิอิล้อเล่นจ้ะ หากรู้ตัวว่าทานเยอะไป
หลังจากอาหารทานเรสร็จแล้ว ก็ออกไปเดินเล่น 15 นาที เพื่อช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารและเผาพลังงาน โอเคเลยจ้าาา สำหรับท่านห่วงกลัวจะอ้วน...งั้นมาเรื่องทำ หมกไก่ กันเลยค่าาาา
เมนู หมกหัวปลีใส่ไก่/สองสูตร...
-เตรียมเครื่องปรุงปละวัตถุดิบ -หัวปลี1หัว -ใบแมงลัก กะพอประมาณ/ -เนื้อไก่ส่วนไหนก็ได้จ้ะกะพอกะสมาชิกในบ้าน/พริกแห้ง/ ตามชอบเผ็ดหรือไม่ชอบเผ็ด/กระเทียม/ตะไคร้ 1-2 หัว/กะปิอย่างดี 1 ช้ินโต๊ะ/น้ำปลาร้าพอประมาณ /ใบตอง/ไม้กลัด(ใช้ไม้จิ้มฟันก็ได้คะ)/หัวหัวแดงก็กะพอปรมาณจ้ะ

 วิธีทำหมกหัวปลีไก่....
 1.ตัดใบตองพอเหมาะ เช็ดทำความสะอาด นำมารนไฟ เพราะใบตองจะได้ไม่กรอบ สะดวกต่อการห่อ หรือนำไปตากแดดก็ก็ได้.
2.ล้างไก่ จากนั้นหั่นไก่ให้พอดีคำ.
3.หั่นหัวปลีแกะเอาแต่อันอ่อนๆ เอาแต่อันขาวๆนวลๆ จากนั้นก็ซอยลายขวาง

 4.นำ หอมแดง กระเทียม พริก ตะไคร้มะโขลกให้ละเอียดใส่กะปิลงไป.
 5.จากนั้นก็นำไก่ หัวปลีที่เตรียมไว้มาคลุกเคล้ากัน และนำเครื่องแกงที่ตำ มาคลุกเคล้ากัน.
6.ตอกไข่ไก่ใส่ลงไป 1 ฟอง ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า ผงชูรส ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่ก็ได้ค่ะ
 7.ใส่ใบแมงลักลงไป เพิ่มความหอม
 8.จากนั้นนำใบตองมาห่อค่ะกลัดด้วยไม้
 9.จากนั้นนนำมานึ่งค่ะ ใช้เวลา 30-45นาทีค่ะ
สุกดีแล้วก็จัดการ ทานข้าวร้อนๆได้เลยจร้าา
ใช้หม้อหมกไก่วุ้นเส้น....

สูตรที่สอง..
หมกไก่ใส่วุ้นเส้นลองทำดูอร่อยดี...
วุ้นเส้นห่อ แช่นำให้นิ่มกะพอกับสมาชิกในบ้าน
ใบมะกรูด ฉีกหรือหั่นก็ได้ ฉีกก็จะเพิ่มความหอมดี
น้ำปลา / น้ำตาล/ กะพอประมาณ เอาไม่หวาน หรือไม่ใช้ก็ได้ ปกติที่บ้านจะไม่ใช้น้ำตาล  (ชูรสแล้วแต่ชอบ จะใส่น้ำปลาร้าด้วยก็ได้)

-ต้นหอมหั่น- ใบแมงลักใส่ตามใจชอบถ้ามี
ไก่จะเอาส่วนเนื้อล้วนๆหรือใครที่ชอบเทะกระดูกอ่อน ก็ได้ ที่บ้านชอบไก่ติดกระดูก หั่นเป็นชิ้นเล็กตามชอบ
-ข้าวเหนียวที่ยังไม่หุง ประมาณ หยิบมือนำมา แช่น้ำ
- ตะไคร้หั่นตามชอบ
-ข่าหั่นพอประมาณ
-หอมแดงชอย
- พริกแห้ง ตามชอบ
-ข้าวเหนียวที่แช่ไว้ จะปั่นหรือตำก็ได้ /ปั่นหรือตำข้าวเหนียว พอหยาบๆ

ตามด้วยเครื่องที่เตรียมไว้ (ตะไคร้-ข่า-หอมแดง- พริกแห้ง-ข้าวเหนียว)ตำหรือปั่น ให้เข้ากันจะละเอียด/หรือกะดูว่าเครื่องส่งกลิ่นหอม ก็ใช้ได้
จากนั้น นำไก่ ใบแมงลัก  ต้นหอม วุ้นเส้น ที่ตัดหยาบๆดีแล้ว มาคลุกให้เข้ากันกับเครื่องที่ตำ คลุกบีบๆปรุงด้วยด้วยน้ำปลาร้าและน้ำปลา
(ระวังน้ำปลาไม่เยอะ ประมาณ ๑ ช้อนโต๊ะ เพราะน้ำปลาร้าก็ออกจะเค็มนำ)

หากมีใบตองก็ห่อด้วยใบตอง/พอดีที่บ้าน ไม่มีใบตอง เราใช้หม้อแทน ค่อยๆผัดและคนๆให้ทั่วเข้ากัน ไม่ให้ไหม้ขณะตั้งไฟแรง-ปานกลาง
ใส่น้ำลงไปนิดหน่อย ไม่มากและไม่ให้แห้ง กะดูไก่สุกดีแล้ว  ปิดฝาหม้อ ผ่อนไฟลงตั้งไฟอ่อนประมาณ 5นาที จากนั้นก็ยกตักเสริฟได้จ้ะ

เมนูอาหารบ้านๆ แกงผักหวานไข่มดแดง พร้อมวิธีทำ

วันนี้จัดเมนูอีสานๆ มา รับรองรสชาติแซบๆ แบบฉบับอีสานของแท้เลยที่เดียว ช่วงนี้ผักหวานและไข่มดแดงกำลังชุกพอเหมาะเลยที่เดียว
จัดการหาวัตถุดิบ เตรียมไว้ให้พร้อม..แล้วก็มาเข้าครัวลงมือจัดการเมนู แกงผักหวานไข่มดแดง แซบๆกันเลยค่ะ

แกงผักหวานไข่มดแดง
วัตถุดิบและเครื่องปรุง

1. ผักหวานป่า 2 กำมือ ถ้าใส่มากหน่อยก็แล้วแต่เราค่ะ ใส่มากก็แซบ

2. ไข่มดแดง 1 ถ้วย ใส่มากกว่านี้ก็ได้ค่ะ แซบๆๆ

3. ใบแมงลัก 1 กำมือ

4. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

5. ปลาร้า 2 ช้อนโต๊ะ

6. น้ำ 1 ถ้วย

7. พริกแห้งหรือพริกสด 5 เม็ด

8. ตะไคร้ 1 ต้น

9. หอมหัวแดง 5 หัว

10. ใบมะกรูด

11. เกลือป่นเล็กน้อย

การปรุงเมนูแกงผักหวานไข่มดแดง...

1. โขลกเครื่องแกงให้เรียบร้อย ประกอบด้วย พริก หอมแดง ตะไคร้ และเกลือป่น )

2. ล้างผักหวานและไข่หมดแดงให้สะอาด

3. ตั้งหม้อใส่น้ำพอเหมาะ รอจนน้ำเดือด ใส่พริกแกง ทิ้งไว้ซักแป๊บ จากนั้นจึงใส่ผักหวานและไข่มดแดง

4. ปรุงรสด้วยน้ำปลาและปลาร้าเมื่อสุขแล้วก่อนยกลงให้ใส่ใบแมงลัก
.............
สูตรที่สอง แกงผักหวานไข่มดแดง.....
วัตถุดิบ แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง

1. ยอดผักหวานป่า 275-365 กรัม เอายอดอ่อนนะค่ะ
2. ไข่มดแดง 1-2 ช้อนโต๊ะ (มีเยอะก็ใส่เยอะก็ได้ค่ะ)
3. กระเทียม 3-4 กรีบ
4. ผักอีตู่หรือใบแมงลัก  1 หยุม หรือ 1หยิบ
5. น้ำปลาร้า 1-2 ช้อนโต๊ะ หรือใส่เกลือแทนก็ได้
6. น้ำปลา
7. ผงชุรส
8. น้ำสะอาด
9. ใส่เนื้อปลาช่อนก็ได้(หั่นเป็นแว่น)หรือใส่ปลาแห้งก็ได้ หรือไม่ใส่เลยก็ได้
10. ตะไคร้ 1 หัว
11. หัวหอมแดง 2 หัว
12. พริก 4-5 เม็ด

วิธีทำแกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง

1. ล้างผักและไขมดแดงให้สะอาดนะค่ะ
2. โขลกเครื่องแกงคือ ตะไคร้ หัวหอมแดง พริกทั้งหมดรวมกันค่ะ
3. ตั้งหม้อต้มน้ำนะค่ะ พอเดือดใส่เครื่องแกงลงไปค่ะ ตามด้วย ปลาช่อนหรือปลาแห้ง นะค่ะตามด้วยผักหวานป่าและไข่มดแดง เติมน้ำปลาร้าลงไปให้หอมๆ
4. ปรุงรสด้วยน้ำปลา(เกลือ) ผงชูรส ตามใจชอบ ผงชูรสจะไม่ใส่ก็ได้นะค่ะ
5. พอผักยุบและเนื้อปลาสุกแล้วใส่ผักอีตู่ลงไป คนๆให้เข้ากัน ยกลง ตักใส่ถ้วย ซดร้อนๆเลย  รับรองแซ่บหลายค่ะ
ลองดูนะค่ะ รับรองจะติดใจทั้งครอบครัวแซบมากค่ะขอบอก
...................
เครดิต สูตร แกงผักหวานไข่มดแดง นสพ ข่าวสด

แผงลอยต่งจังหวัด

  แผงลอยตลาดนัด เป็นตลาดนัดในต่างจังหวัด ราคาค่าแผงลอยถูกมากๆ เคยถามคนขายคนหนึ่ง ว่าเท่าไหรต่อวัน เขาบอกว่า 20 บาท/วัน ตลาดเขาก็ทำแบบง่ายๆ ย...