วิธีทำ หมูหวาน รสเด็ด

เครดิตภาพจาก google
เป็นกับข้าวก็ได้ กินกับข้าวคลุกกะปิยิ่งอร่อยเหาะ
โดย กิมเล้ง

เครื่องปรุง

 หมูสามชั้นเลาะหนังแล้วหั่นชิ้นบาง   7 ขีด   (ชอบทานหนังหมูก็ไม่ต้องเลาะทิ้ง)
 น้ำตาลปีบ   1 ½ ขีด
 กระเทียม 5 -6 กลีบ
 พริกไทยขาว  ½  ช้อนชา
 ต้นผักชีพร้อมราก 1 ต้น
 ซีอิ๊วขาว  ซีอิ๊วดำ
วิธีทำ

1.    โขลกกระเทียมพริกไทยให้ละเอียด
2.    เจียวกระเทียมพริกไทย พอให้เริ่มเหลืองนิดหน่อย  ใส่น้ำตาลปีบลงไป พอน้ำตาลเริ่มละลาย
สีใสเป็นคาราเมล   จึงใส่ซีอิ๊วขาว  ซีอิ๊วดำ  ตามด้วยหมู ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน
3.    เติมน้ำให้ท่วมหมูมาก ๆ  ปิดฝาภาชนะ  เคียวต่อไปจนน้ำเกือบงวด  หรือเกือบจะแห้ง
4.    ใส่ผักชีทั้งต้นลงไป เคี่ยวต่อจนน้ำงวด  และส่วนผสมน้ำตาลเคลือบหมูให้ออกสีใส



เจียวกระเทียม พริกไทย ให้ออกเหลืองนิดเดียว
เพราะเมื่อใส่น้ำตาลลงไป  จะทำให้กระเทียมไหม้ง่ายมาก
ใส่น้ำตาลปีบ  ซีอิ๊วดำ  ซีอิ๊วขาว
นำหมูลงไปผัด
ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน
เติมน้ำลงไปมาก ๆ  นำฝาหม้อใบโต ๆ ปิดกระทะ เคียวไฟค่อนข้างอ่อน – (น้ำยิ่งมากหมูยิ่งอ่อนนุ่ม)
น้ำเกือบแห้ง  ใส่ผักชีลงไปทั้งต้น
น้ำเริ่มแห้ง คลุกเคล้าให้น้ำตาลเกาะหมูเป็นเงาใส
เสร็จแล้ว !!

 พร้อมรับประทาน !

เมนูหมูหวานนี้รับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยมากมาย
จะออกหวานนำ เค็มตามหน่อย ๆ สูตรนี้เป็นสูตรที่กิมเล้งคิดเองจนลงตัว
อาศัยชิมและปรับแต่งสูตร จนเข้าที่เป็นรสนี้ อร่อยกว่าที่เคยทานมา
ถ้าทานกับข้าวสวยให้ตักน้ำขลุกขลิกเหนียว ๆ ข้น ๆ ราดไปด้วย
จะยิ่งถึงรสถึงชาติ
หรือจะรับประทานเป็นเครื่องของข้าวคลุกกะปิก็อร่อยเหาะกันเลยทีเดียว

เครดิต สูตร http://goo.gl/t45IIF

สูตรเด็ด ปลาดุกผัดกรอบ

สูตรเด็ด ปลาดุกผัดกรอบ
ส่วนผสม

ปลาดุกแล่เอาแต่เนื้อ 500 กรัม
กะเพราเด็ดเป็นใบๆ ทอดกรอบ 2 ช้อนโต๊ะ
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเส้นยาว 1 เม็ด
กระชายหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ
ใบทะกรูดฉีก 1–2 ใบ
พริกไทยอ่อนตัดสั้นๆ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันสำหรับทอด 1 ถ้วย

เครื่องแกง

พริกแห้งแกะเมล็ดออกแช่น้ำ 3 เม็ด
หอมแดงซอย 2 หัว
กระเทียมซอย 1 หัว
กระชายหั่นละเอียด 1 ช้อนชา
รากผักชีสับละเอียด 1 ช้อนชา
ผิวมะกรูดหั่นหยาบ 1/4 ช้อนชา
ลูกผักชีคั่ว 1 ช้อนชา
ยี่หร่าคั่ว 1/4 ช้อนชา
เกลือป่น 1 ช้อนชา

โขลกเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด

วิธีทำ

1.ล้างปลาดุกให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นหนา
2.ใส่น้ำมันสำหรับทอดลงในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใช้ไฟกลาง ใส่ปลา ลงทอดพอเหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน
3.ใส่น้ำมันสำหรับผัดลงในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่เครื่องแกง ผัดพอหอมและแตกมัน
4.ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา ใส่ใบมะกรูด กระชาย ผัดพอทั่ว ใส่พริกไทยอ่อน ใส่ปลา ผัดให้ทั่ว ปิดไฟ ยกลง
5.จัดใส่จาน โรยด้วยพริกชี้ฟ้า ใบกะเพรากรอบเสิร์ฟ
เครดิตภาพ บ้านเรา  https://goo.gl/OpNsRr
 เครดิตสูตร: http://goo.gl/3M4e1Q

สูตร อาหารยอดนิยม ขนมจีนน้ำเงี้ยว

สูตร อาหารยอดนิยม ขนมจีนน้ำเงี้ยว
ขนมจีนน้ำเงี้ยว เป็นอาหารยอดนิยมของคนล้านนามานาน ประกอบด้วยเส้นขนมจีน, เลือดหมู, เนื้อหมู, มะเขือเทศ เป็นหลัก มีทั้งสูตรเชียงราย (ใส่ดอกงิ้ว) สูตรเชียงใหม่ (ใส่เต้าเจี๊ยว) สูตรลำปาง (ใส่ถั่วเน่า) สูตรแพร่ (เป็นแบบน้ำใส) เป็นต้น

เดิมที ขนมจีนไม่ได้ทานพร้อมกับน้ำเงี้ยว แต่เพิ่งนำประยุกต์มาทานพร้อมกันไม่นานมานี้ น้ำเงี้ยวเป็นอาหารของชาวเงี้ยวซึ่งเป็นกลุ่มไทใหญ่ที่อาศัยอยู่ในรัฐฉาน ประเทศพม่า ต่อมาอพยพหนีการสู้รบกับรัฐบาลพม่า จึงเข้ามาอาศัยกระจายทั่วไปทุกจังหวัดภาคเหนือ แต่ที่เป็นชุมแหล่งใหญ่คือจังหวัดแพร่ เนื่องจากในยุคนั้นมีการสัมปทานพื้นที่การทำป่าไม้ให้กับบริษัทจากอังกฤษ มีความต้องการแรงงานมาก ชาวเงี๊ยวจึงปักหลักอาศัยเป็นชุมชนใหญ่ที่นี่ ปัจจุบันขนมจีนน้ำเงี้ยวนิยมทานควบคู่ ผักนานาชนิด, แคบหมู, ส้มตำ,เนื้อทอด

ขนมจีนน้ำเงี้ยว หรือที่ชาวเหนือเรียกกันว่าขนมเส้น แต่เดิมนั้นขนมจีนเป็นอาหารยอดนิยมของชาวล้านนามานาน มีส่วนประกอบต่างๆมากมาย คือ เส้นขนมจีน , เลือดหมู (ไก่) , เนื้อหมู และมะเขือเทศ เป็นหลัก โดยมีทั้งน้ำเงี้ยวสูตรเชียงราย (ใส่ดอกงิ้ว) สูตรเชียงใหม่(ใส่เต้าเจี๊ยว) สูตรลำปาง (ใส่ถั่วเน่า) สูตรแพร่(เป็นแบบน้ำใส) เป็นต้น

น้ำเงี้ยวเป็นน้ำแกงที่รับประทานกับขนมจีนหรือเส้นก๋วยเตี๋ยว ถ้าเป็นก๋วยเตี๋ยว เรียกก๋วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยว บางสูตรใช้ถั่วเน่าแข็บหรือถั่วเน่าแผ่นย่างไฟ โขลกลงในเครื่องแกง แทนการใส่เต้าเจี้ยว ชาวไทใหญ่ หรือเงี้ยว เรียกว่า เข้าเส้นน้ำหมากเขือส้ม

ส่วนผสม
1. ขนมจีน 1 กิโลกรัม
2. เนื้อหมูบดหยาบ 1/2 กิโลกรัม
3. ซี่โครงหมู 1/2 กิโลกรัม
4. เลือดไก่ต้ม 3 ก้อน
5. มะเขือเทศลูกเล็ก 1/2 กิโลกรัม
6. งิ้วแห้ง 10 ดอก
7. เต้าเจี้ยว 3 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำมันพืช 1/2 ถ้วยตวง
เครื่องแกง
1. พริกแห้ง 10 เม็ด
2. รากผักชี 10 ต้น
3. กระเทียม 10 กลีบ
4. หอมแดง 10 หัว
5. กะปิ 3 ช้อนโต๊ะ
6. เกลือ 3 ช้อนชา
เครื่องเคียง
1. กระเทียม
2. ผักชี
3. ต้นหอม
4. พริกขี้หนูแห้งทอด
5. มะนาว
6. ถั่วงอก
7. ผักกาดดอง
8.แคบหมู

วิธีทำ
1. ต้มน้ำพอเดือด ใส่ซี่โครงหมู ต้มจนหมูนุ่ม
2. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
3. ผัดเครื่องแกงกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม ใส่เต้าเจี้ยวลงผัด คนให้เข้ากัน
4. ใส่หมูบด ผัดให้เข้ากัน จนหมูสุก
5. ใส่เครื่องแกงที่ผัดแล้วลงในน้ำหม้อต้มกระดูก ต้มจนเดือด ใส่ดอกงิ้ว ต้มต่อประมาณ 10 นาที
6. ใส่เลือดหมูหรือไก่ที่หั่นแล้ว คนให้ทั่ว
7. ใส่มะเขือเทศ
8. ตั้งไฟต่อประมาณ 5 นาที ยกลง นำขนมจีนใส่จาน ราดด้วยแกง (น้ำเงี้ยว) รับประทานกับเครื่องเคียง
****เคล็ดลับในการปรุง/เลือกส่วนผสม
เคล็ดลับในการปรุงการทำน้ำเงี้ยวสามารถใช้เลือดไก่หรือเลือดหมูก็ได้

credit ; http://goo.gl/jdTl64

ห่อหมกมะพร้าวอ่อนเนื้อปลา

ส่วนผสม (สำหรับห่อหมก 1 ลูกมะพร้าว)
เตรียม 20 นาที ปรุง 1 ชั่วโมง (รวมเวลานึ่ง)

    เนื้อปลาช่อนหรือปลาอินทรีสด แล่หนังและดึงก้างออกหั่นเป็นชิ้น 1 ถ้วย
    เนื้อมะพร้าวอ่อน 1½ ถ้วย
    น้ำมะพร้าวอ่อน ½ ถ้วย
    กะหล่ำปลีลวกบีบน้ำให้หมาดซอยเป็นเส้นบาง ½ ถ้วย
    พริกแกงแดง 3 ช้อนโต๊ะ
    ไข่ไก่ 3 ฟอง
    น้ำตาลปี๊บ 1½ ช้อนชา
    เกลือ ½ ช้อนชา
    น้ำปลา 2 ช้อนชา
    พริกชี้ฟ้าแดงซอยตามชอบ
    ใบมะกรูดซอยตามชอบ
    มะพร้าวแก่ผ่าครึ่งผล 1 ผล
    ส่วนผสมกะทิสำหรับหยอดหน้า
    หัวกะทิ ½ ถ้วย
    แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
    เกลือ 1/8 ช้อนชา

วิธีทำ

    ปั่นเนื้อมะพร้าวกับน้ำมะพร้าวรวมกันให้ละเอียด เทใส่ชามผสม แล้วใส่พริกแกงแดง ไข่ไก่ 2 ฟอง คนให้ละลายเข้ากันดี เทใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน ปรุงรสด้วย น้ำตาล เกลือ น้ำปลา แล้วคนไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมเริ่มข้น ใส่เนื้อปลาลงไป โดยเหลือชิ้นปลาไว้แต่งหน้าห่อหมกสัก 2-3 ชิ้น พอเนื้อปลาเริ่มเปลี่ยนสี ปิดไฟ แล้วนำส่วนผสมทั้งหมดไปปั่นให้ละเอียด
    เทส่วนผสมห่อหมกใส่หม้อใบเดิม ตั้งไฟอ่อน คนต่อสักพักปิดไฟ
    เคี่ยวกะทิสำหรับหยอดหน้าห่อหมก โดยผสมทุกอย่างคนให้เข้ากัน ยกขึ้นตั้งไฟ คนตลอดจนส่วนผสมเนียนข้น ปิดไฟ
    ใส่กะหล่ำปลีลวกลงในมะพร้าวที่เตรียมไว้ ก่อนตักส่วนผสมในข้อสองใส่ทับลงไปจนเต็มมะพร้าวที่ผ่าเตรียมไว้ นำไปนึ่งด้วยไฟกลาง จนสุก เปิดฝาลังถึง วางชิ้นปลาสำหรับตกแต่งแล้วหยอดหน้าด้วยน้ำกะทิ ปิดฝานึ่งต่ออีกสักพักจนปลาสุก ปิดไฟ โรยหน้าด้วยพริกชี้ฟ้าแดง และใบมะกรูดซอย จัดเสิร์ฟ

Credit :ข้อมูลภาพและสูตร http://goo.gl/bUC9UD

สูตร ขนมจีนน้ำพริก

เครดิตภาพhttp://goo.gl/u7sv1Q

ส่วนผสม (สำหรับ 8-10 ที่)
เตรียม 20 นาที ปรุง 30 นาที
1. ขนมจีน 2 กิโลกรัม
2. กะทิ 5 ถ้วย
3. ซุปไก่ใสชนิดเข้มข้น CP 1 ถ้วย (1 ซอง)
4. หอมเจียว 2 ถ้วย
5. พริกแห้งเม็ดใหญ่แช่น้ำ 5 เม็ด
6. กุ้งแห้งบดละเอียด 300 กรัม
7. น้ำพริกเผา 3 ช้อนโต๊ะ
8. ถั่วลิสงคั่วให้หอม นำไปต้มให้นิ่ม แล้วบดให้ละเอียด 100 กรัม
9. น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
10. น้ำมะขามเปียก ½ ถ้วย
11. น้ำมะนาว ½ ถ้วย
12. เกลือ 1 ช้อนชา
13. มะกรูดสดผ่าครึ่ง 1 ลูก

เครื่องเคียง
พริกขี้หนูทอด ใบผักบุ้งทอด ก้านผักบุ้งลวก หัวปลี ถั่วพู และใบแมงลักตามชอบ

วิธีทำ
1.โขลกหอมเจียวและพริกเม็ดใหญ่ให้ละเอียด

2.นำกะทิ 3 ถ้วยขึ้นตั้งไฟ พอเริ่มร้อนใส่ส่วนผสมในข้อ 1 กุ้งแห้งและถั่วลิสงลงไป รอจนส่วนผสมเดือด เติมน้ำพริกเผาและน้ำซุป ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก น้ำมะนาวและเกลือ

3.เติมกะทิที่เหลือ ต้มจนเดือด(อย่าให้กะทิแตกมัน)ปิดไฟ ใส่มะกรูดลงไปคนผสมให้เข้ากัน ตักเสิร์ฟพร้อมขนมจีนและเครื่องเคียง

TIPS
- แช่หัวปลีในน้ำละลายสารส้มจะช่วยให้หัวปลีไม่ดำ
- ควรลวกก้านผักบุ้งให้สุกก่อนแช่น้ำเย็น เพื่อช่วยให้ผักบุ้งมีสีเขียวสวย

คุณค่าทางโภชนาการ
พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค496.30กิโลแคลอรี
โปรตีน22.40กรัม
ไขมัน18.82กรัม
คาร์โบไฮเดรต61.30กรัม
ไฟเบอร์0.40กรัม

Credit :ข้อมูลและสูตร  http://goo.gl/MwmO0S

เมนูขนมโบราณ ขนมไข่ปลาสามสหาย

ขนมไข่ปลาสามสหาย

เมนูขนมไข่ปลาสามสหายนี้เป็นเมนูประยุกต์มาจาก ขนมไข่ปลาเนื้อตาล เนื่องจากเนื้อตาลค่อนข้างหายาก จึงหยิบเอาวัตถุดิบที่หาง่ายตามท้องตลาดมาทำแทน อาทิเช่นน้ำใบเตย ฟักทอง เผือกและมัน เมนูนี้ไม่จำกัดไอเดีย สามารถประยุกต์ใช้วัตถุดิบอื่นๆ มาเพิ่มสีสันและรสชาติให้ขนมไข่ปลาน่าทานมากขึ้นค่ะ

สูตรขนมไข่ปลาสามสหาย
สำหรับ 20-30 ตัว
เวลาในการทำ 1 ชั่วโมง 20 นาที

วัตถุดิบขนมไข่ปลาสามสหาย
1. แป้งข้าวเหนียว 240 กรัม (แบ่งเป็น 3 ส่วน)
2. แป้งข้าวเจ้า 60 กรัม (แบ่งเป็น 3 ส่วน)
3. น้ำใบเตย 1 ถ้วย
4. ฟักทองต้มสุกบดละเอียด 150 กรัม
5. เผือกต้มสุกบดละเอียดและมันต่อเผือกต้มสุกบดละเอียด 150 กรัม
6. น้ำตาลทราย 1/2 กิโลกรัม
7. น้ำเปล่า 1/2 กิโลกรัม
8. มะพร้าวทึนทึกขูดมือ 1 ซีก
9. งาขาวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
10. เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำขนมไข่ปลาสามสหาย
ส่วนน้ำเชื่อม
1. นำหม้อใส่น้ำละลายน้ำตาลทราย ยกขึ้นตั้งไฟคนต่อจนน้ำเชื่อมเดือดสักครู่ ยกลงพักไว้แช่ตัวขนม

ส่วนแป้งขนม
1. แป้งสีเขียว ผสมแป้งข้าวเหนียวและแป้งข้าวเจ้าให้เข้ากัน ใส่น้ำใบเตย (อุ่น) ลงไปนวดจนแป้งเหนียวเนียน คลุมพลาสติกใสพักไว้

2. แป้งสีเหลือง ผสมแป้งข้าวเหนียวและแป้งข้าวเจ้าให้เข้ากัน ใส่เนื้อฟักทองต้มบดนวดให้เข้ากัน นวดต่อด้วยน้ำอุ่นจนเหนียว คลุมพลาสติกใสพักไว้

3. แป้งสีม่วง ผสมแป้งข้าวเหนียวและแป้งข้าวเจ้าให้เข้ากัน ใส่เนื้อเผือกและมันต่อเผือกต้มบด นวดให้เข้ากัน นวดต่อด้วยน้ำอุ่นจนเหนียว คลุมพลาสติกใสพักไว้

4. ปั้นแป้งขนมสีเขียว เหลืองและม่วง ตามลำดับ โดยแบ่งแป้งเป็นก้อนกลมขนาดเท่าหัวแม่มือ คลึงเป็นเส้นสั้นๆแล้วจับปลายทั้งสองด้านมาซ้อนกัน (ลักษณะคล้ายไข่ปลาสลิด) ปั้นใส่ถาดโรยแป้งนวลเล็กน้อย

5. ใส่น้ำ 3/4 ของหม้อ ตั้งไฟแรงจนกระทั้งเดือด ลดไฟลงปานกลาง ค่อยๆหย่อนแป้งที่ปั้นไว้ลงไปต้มจนแป้งสุกลอยขึ้นมา ใช้กระชอนตักขนมแช่ในน้ำเชื่อมที่ทำไว้ในตอนแรก 20 นาที เพื่อให้ขนมมีความหวาน

6. ใช้กระชอนตักขนมจากน้ำเชื่อมมาคลุกกลับมะพร้าวทึนทึกที่คลุกเกลือไว้

7. จัดใส่จานเสิร์ฟโรยด้วยงาคั่วขาวมากน้อยตามต้องการ

Credit:สูตรอาหารและภาพ http://goo.gl/0NaOYT

การทำไข่เจียว ฟูกรอบ นุ่มใน ไปลองทำดูนะครับ

เทคนิคที่ว่านั้นคือการใช้ "หม้อ" ในการเจียวไข่ นอกจากเราไม่ต้องกลัวรูปร่างไข่จะไม่สวยแล้ว เรายังสามารถทำให้มันฟูและหนาได้ตามความต้องการ โดยไม่ใช่ตัวช่วย หรือสารประกอบใดๆทั้งสิ้น
(ตามปกติแล้ว การใส่หมูสับ หรือใส่แป้งลงไป จะทำให้ไข่หนาขึ้นมาได้มากขึ้น แต่ว่าวันนี้เราต้องการเป็น เนื้อไข่ไก่ล้วนๆ)

เครื่องมือ+เครื่องปรุงของผม วันนี้มีแค่ 3-4 อย่างเท่านั้น
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- ซีอิ้วขาว
- หม้อ + น้ำมันสำหรับทอด

สิ่งที่ยังขาดไม่ได้ก็คือ "ไฟ" ต้องมีความแรงอยู่พอสมควร แต่ไม่ถึงกับต้อง
แรงจัด คนที่ไม่มีเตาเร่งหรือเตาฟู่ ก็ยังพอทำได้ นำหม้อใส่น้ำมันพืช แล้วนำ ไปตั้งไฟ พอให้เริ่มมีควันเล็กน้อย ไม่ถึงกับควันโขมง สำหรับหม้อขนาดนี้ ใช้ไข่ 2 ฟอง กำลังเหมาะ ถ้าใช้ 3 ฟองก็ยังพอได้อยู่ แต่มันจะฟูขึ้นมาจน เกือบล้นเวลาทอด

ปรุงรสด้วยซีออิ๊วขาวเพียงอย่างเดียว แล้วตีเร็วๆ ให้เข้ากัน ตีเสร็จแล้ว อย่าวาง ทิ้งไว้ รีบเอาลงกระทะเลย ฟองอากาศมันจะได้ยังแฝงตัวอยู่ในเนื้อไข่ไม่ลอยขึ้นมาจนหมด ถ้าอยากได้ไข่ที่ฟูกรอบ น้ำมันจะต้องมากพอ แต่ก็ต้อง ไม่มากเกินไป และต้องร้อนระดับควันขึ้นฉุยๆ แต่ไม่ใช่ควันโขมง เมื่อเทไข่ ลงไป ก็จะได้ผลอย่างที่เห็นในรูป มันฟูออกมาพอดีๆหม้อ เป็นไข่เจียวกลมๆ หนาๆ ที่แสนน่ากิน กลับแล้ว 1 รอบ

ทอดไปสักครู่ จนเริ่มเห็นว่าผิวด้านบนของไข่ เริ่มแห้ง พลิกอีกครั้งหนึ่ง

เพราะไข่เจียวด้านแรก มักจะสวยกว่าอีกด้านเสมอ เสร็จแล้วช้อนขึ้นมาเอา มาวางไว้บนตะแกรงเพื่อสะเด็ดน้ำมัน ถ้าเป็นไข่แบบบีบมะนาว รับรองแฟ่บตั้ง แต่ตักขึ้นจากกระทะ ด้านข้าง ของเจ้าไข่เจียวทอดหม้อ ฟูแล้วไม่แฟ่บ

การใช้หม้อทอดไข่ เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ได้ทุกข้อ ทั้งความง่ายในการทอด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกลับไข่ ที่ทุกคนเป็นห่วง เพราะดูแล้วหม้อมันจะคับ
แคบ และกลับยาก แต่ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เพราะไข่จะลอยอยู่บนน้ำมัน
และไม่ได้แตะก้นหม้อแต่อย่างใด ดังนั้นการกลับก็แค่ใช้ตะหลิว หรือแม้กระ
ทั้งช้อนกินข้าวนี่ล่ะ ตลบมันกลับอีกด้าน ไม่ต้องกลัวมันแตกหรือขาดอย่าง
เวลาใช้กระทะทอดด้วย คือทำอย่างไรมันก็จะเป็นรูปกลมๆหนาๆ น่ากินเช่น
นี้เสมอๆ

นอกจากจะฟูแล้วไม่แฟ่บ มันยังมีเนื้อไข่สีเหลืองๆนุ่มๆให้เราได้สัมผัสด้านใน ด้วย ไม่ใช่ว่าฟูกรอบจนไม่เหลือเนื้อไข่นะ แบบนี้สิ ไข่เจียวในฝันเลยยย

จาก...ห้องก้นครัวพันทิพย์ โดยคุณ Calamity
ที่มา: http://www.momypedia.com/index.php?op=webboard-detail&cid=8&tid=1036655

แผงลอยต่งจังหวัด

  แผงลอยตลาดนัด เป็นตลาดนัดในต่างจังหวัด ราคาค่าแผงลอยถูกมากๆ เคยถามคนขายคนหนึ่ง ว่าเท่าไหรต่อวัน เขาบอกว่า 20 บาท/วัน ตลาดเขาก็ทำแบบง่ายๆ ย...