เมนูยอดนิยมของคนไทยแต่โบราณ สูตร น้ำพริก สี่ สูตร พร้อมวิธีทำ

ขอบคุณเจ้าของภาพนี้ด้วยครับ
น้ำพริกกะปิ 4 สูตร การทำให้อร่อยนั้นสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนก็คือ กะปิอย่างดี กระเทียมต้องกลีบเล็กๆๆจะได้หอมและพริกขี้หนูสวนรวมทั้งการใช้นำ้ตาลมะพร้าว และมะนาวสดๆ หหากต้องการลูกเล่นเพิ่มเติมกลิ่นได้เช่นการใช้ลูกกระสังข์ไส้ในมาโขลกด้วยกลิ่นของลูกกระสังข์จะช่วยเพิ่มรสชาติที่หอมเย็นและถ้าบางท่านชอบมะม่วงสดโขลกผสมก็จะได้น้ำพริกมะม่วงซึ่งการหาวัตถุดิบเหล่านี้ขึ้นอยู่กับพืชผักในท้องถ่นที่มีอยู่

xxน้ำพริกกะปิ (สูตร 1)

>>เครื่องปรุง
กะปิห่อใส่ใบตองเผาไฟพอหอม 300 กรัม
กุ้งแห้งป่น 200 กรัม
กระเทียมสดแกะเปลือก 100 กรัม
พริกขี้หนูสวน 50-70 กรัม
มะเขือเปราะเอาเมล็ดออกซอยเป็นเสี้ยว ๆ 50 กรัม
มะอึกซอยละเอียด 50 กรัม
น้ำมะนาว 6-8 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2-4 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปีบ 3-5 ช้อนโต๊ะ

>>วิธีปรุง
นำกะปิโขลกกับกระเทียม พริกขี้หนู พอเริ่มละเอียดใส่กุ้งแห้งป่นโขลกต่อให้เข้ากัน
ใส่มะเขือเปราะ มะอึก ใช้สากค่อย ๆ โขลกเบา ๆ เคล้าให้เข้ากัน
ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลปีบให้ทั้งสามรสคลอ ๆ กันไป หวานตามหลังนิดหน่อย
บางรายใส่ผิวมะนาวซอยละเอียดลงไปก็ได้กลิ่นหอมของผิวมะนาว
รสออกขมฝาดนิด ๆ แต่ก็กลมกลืนกับกะปิและรสชาติรวม ๆ ของน้ำพริก
บางรายใส่มะม่วงสับ มะขามอ่อนแล้วแต่ฤดูกาล โดยเฉพาะฤดูมะนาวแพง
แต่เป็นช่วงที่มะม่วงออกสู่ตลาดจึงใช้ความเปรี้ยวของมะม่วงแทนได้
โดยซอยสับแบบมะละกอส้มตำ หากให้มีกลิ่นหอมใส่แมงดาลงไปก็ดี

น้ำพริกกะปิรับประทานกับปลาทูนึ่งทอด ปลาทอดอื่น ๆ ทั้งปลาทะเล ปลาน้ำจืด
แนมด้วยผักสด ผักทอด ผักทอดชุบไข่ ผักต้ม น้ำพริกกะปิ
หากใครทำอร่อยจริงๆ ขายได้แน่นอน เพราะวิถีชีวิตไทยกับน้ำพริกกะปิขาดกันไม่ได้
น้ำพริกพื้นบ้านที่นิยมรับประทานมากที่สุด คนไทยทุกคนรู้จักมีการประยุกต์
เพื่อความเหมาะสมตามแต่วัตถุดิบที่มีในครัว ไม่ถือเป็นกฏตายตัว
เช่น บางรายใส่มะอึก มะเขือเปราะซอยหรือมะเขือพวงบุบพอกแตกช้ำ ๆ
ผิวมะนาวซอยละเอียดซึ่งแต่ละอย่างที่ใส่ไปให้รสชาติใกล้เคียงกัน

แหล่งที่มา : แม่บ้าน น้ำพริก โดย ทวีศักดิ์ เกษปทุม. นิตยสารแม่บ้าน

xxน้ำพริกกะปิ (สูตร 2)

>>เครื่องปรุง
กะปิเผาไฟพอหอม 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมปอกเปลือกแล้วซอยหยาบ ๆ 1 ช้อนโต๊ะ
กุ้งแห้งป่น 1 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูเด็ดก้าน 1 ช้อนชา
มะอึกสุกหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
ลูกกระสังข์ใส้ใน ซอย (ไม่ใส่ก็ได้) 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปีบ 2-3 ช้อนโต๊ะ
มะเขือพวงหรือมะเขือเปราะซอย 1 ช้อนโต๊ะ

>>วิธีทำ
1. โขลกกะปิกับกระเทียมให้ละเอียด ใส่กุ้งแห้งโขลกรวมกัน ใส่พริกขี้หนู มะอึก ระกำ มะเขือพวง
ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลาและน้ำมะนาว ชิมรสตามต้องการ

2. รับประทานกับผักต้มราดกะทิ เช่น ถั่วพู ถั่วฝักยาว หน่อไม้ ตำลึง ผักกระเฉด ฯลฯ
หรือผักสดต่าง ๆ เช่น แตงกวา มะเขือสด ผักบุ้ง กระถินหรือผักชุบไข่ทอด เช่น ชะอม มะเขือยาว

3. จัดแนมกับน้ำพริกคือ ปลาทูทอด ปลาช่อนทอด ปลาดุกย่าง

หมายเหตุ
ใช้มะม่วงดิบซอยแทนมะนาวหรือมะดันซอย หรือมะขามอ่อน ตามแต่ฤดูกาล

xxน้ำพริกกะปิกุ้งนา

เครื่องปรุง
พริกขี้หนูแห้ง 200 กรัม
หอมแดง 300 กรัม
กระเทียม 150 กรัม
กะปิใส่ใบตองเผาพอหอม 5 ช้อนโต๊ะ
มะขามเปียก 300 กรัม
น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม
เกลือ 1-2 ช้อนโต๊ะ
กุ้งนาต้มสุก 300 กรัม
น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ

>>วิธีปรุง
– นำพริกขี้หนู หอมแดง กระเทียมแกะเปลือก ล้างแล้วนำไปคั่วน้ำมันพอเริ่มสุก นำขึ้นพักไว้
และนำมะขามมาละลายน้ำ
– นำกุ้งนาที่ต้มแล้ว ค่อย ๆ โขลกละเอียด
– นำพริกขี้หนูแห้ง หอมแดง กระเทียม กะปิ โขลกด้วยกันจนละเอียด แล้วนำไปผัดน้ำมันจนหอม
จึงใส่กุ้งนาที่โขลกไว้เข้าด้วยกัน ผัดต่อไปจนได้ที่ สังเกตดูจะเป็นเนื้อเดียวกับน้ำพริก
จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊บ เกลือตามใจชอบ
จะได้น้ำพริกกุ้งนา สามารถเก็บไว้ได้นานในตู้เย็น
รับประทานกับผักสดเช่น แตงกวา มะเขือเปราะ ถั่วพู กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว
และถ้าจะรับประทานกับผักต้มก็ได้

เป็นน้ำพริกกะปิทั่วไปแต่ใส่กุ้งนาก็คือกุ้งฝอย มีตามหนองน้ำใหญ่ ๆ กลางทุ่งท้องนา
โดยจะอยู่ชาย ๆ ตลิ่งนำมาโขลกแล้วเข้ากับเครื่องน้ำพริก
ให้รสชาติที่กลมกลืนเข้มข้นมากกว่าน้ำพริกกะปิธรรมดา

แหล่งที่มา : แม่บ้าน น้ำพริก โดย ทวีศักดิ์ เกษปทุม. นิตยสารแม่บ้าน

xxน้ำพริกกะปิดี

>>เครื่องปรุง
กะปิดี (ห่อใบตองเผา) 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม 1 หัว
พริกขี้หนูสวน 10 เม็ด
น้ำมะนาว 1 ผล
น้ำปลาด 1 ช้อนชา
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา
มะเขือพวง 10 เม็ด
มะอึกขูดขน (หั่นละเอียด) 1 ลูก

>>วิธีปรุง
นำกะปิ กระเทียม พริกขี้หนูใส่ครก โขลกแตกไม่ต้องละเอียดนักก็ได้
ใส่มะอึก มะเขือพวงตามลงไป โขลกพอบุบให้แตกเล็กน้อย
เสร็จตักใส่ถ้วยปรุงรสด้วยน้ำปลาดี น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ ชิมรสตามต้องการ
รับประทานกับผักสดหรือข้าวสวยร้อน ๆ แถมปลาทูทอดตัวสวย ๆ สักตัวก็เข้ากันดีทีเดียว

ชวนเข้าครัว!! แจก 4 สูตร ทำน้ำพริกกะปิ ทำให้อร่อย ทำอย่างไร?

เมนู ต้มข่าไก่ ทำง่าย ๆ ใน 3 ขั้นตอน ต้มข่าไก่พร้อมวิธีทำ

เมนู ต้มข่าไก่ ทำง่าย ๆ ใน 3 ขั้นตอน ต้มข่าไก่พร้อมวิธีทำ

ยุคนี้สมัยนี้การทำอะไรที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว ก็มักจะถูกเลือกก่อนเสมอ การทำอาหารเช่นเดียวกัน ที่ไม่ว่าจะเมนูไหนก็แล้วแต่ ถ้าสามารถทำได้ง่าย ๆ มีส่วนผสมน้อย ไม่ยุ่งยาก หลาย ๆ คนก็มักจะเลือกปรุงอาหารเมนูนั้นก่อน ถึงจะซ้ำซากจำเจก็ยอม วันนี้เลยนำเมนูอาหารไทยที่ตอบโจทย์ความสะดวกรวดเร็วมาฝาก กับเมนู ต้มข่าไก่ ที่ทำง่าย ๆ ใน 3 ขั้นตอนเท่านั้นเอง จากคุณ Markxy สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ตามมาดูกันเลยจ้า

Step 1 "หั่น"

เนื้อไก่ (หั่นไก่เป็นชิ้น ๆ)
เห็ด (ใช้เห็ดนางฟ้าหรือเห็ดฟางก็ได้)
ข่า (ใช้ข่าอ่อนหรือข่าแก่ก็ได้ แต่ข่าอ่อนจะอร่อยกว่า)
ตะไคร้ (หั่นแล้วหาอีโต้ให้เจอ เจอแล้วทุบ จุ๊บแล้วเทอ)
ใบมะกรูด (จะหั่น หรือจะฉีกตอนจะใส่ลงหม้อก็ได้)
หอมแดง (หั่นตามอัธยาศัย... น้ำตาจะไหล ขอแชร์นะครับ)
มะเขือเทศ (จะใส่หรือไม่ก็ได้ ถ้าอยากกินแบบ Healthy ก็แนะนำให้ใส่)

แค่มีไก่ เห็ด ชุดเครื่องต้มยำ และกะทิสักกล่องก็ทำได้แล้ว

ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูด หาซื้อง่ายนะ ตามตลาดก็มักจะมัดรวมมาอยู่แล้ว ชุดเดียวจอด ถ้าหอมแดงกับมะเขือไม่มีก็ปล่อยไป ไม่ซีเรียส ส่วนใหญ่จะขาย 3 กำ 10 บาท ก็เลือกซื้อผักชีมาด้วยนะท่าน แล้วก็จัดการหั่นรากผักชี

กะทิคั้นสด ๆ จากตลาด 1 กิโลกรัม ราคา 60 บาท ร้านจะให้มา 2 ถุง ถุงที่ปริมาณน้อยกว่าคือ หัวกะทิ ส่วนถุงที่ปริมาณเยอะกว่าคือ หางกะทิหรือจะใช้ กะทิสำเร็จรูปก็ได้นะครับ ใช้วิธีผสมน้ำเปล่าให้เป็นหางกะทิ

ตั้งกระทะ หรือหม้อ ใช้ไฟปานกลาง ใส่หางกะทิลงไป

ตามด้วย ข่า และตะไคร้ (ใครมีรากผักชี ก็ทุบใส่เพิ่มลงไป)

ใส่เห็ดฟาง และไก่ลงไปคุยกันในกระทะ

ใส่ใบมะกรูด

ใส่มะเขือเทศ

Step 3 "ปรุง"

หลังจากใส่พริกเรียบร้อยแล้ว เบาไฟแล้วก็ปรุงรสเลยครับน้ำปลา น้ำมะขามเปียก หรือน้ำมะนาวก็ได้ และน้ำตาล ค่อย ๆ ปรุง ใส่ทีละนิดทีละหน่อย ไม่อร่อยเติมเพิ่ม แต่ถ้าใส่ทีเยอะ ๆ แล้วไม่อร่อยมันแก้ยากนะ

ลองชิม ปิดไฟ แล้วเททิ้ง... กำ เทใส่ชามสิครับ จากนั้นก็โซโล่เลยจ้า

แล้วเราก็ได้ต้มข่าไข่แบบฉับไวใน 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ก็ได้กินแล้ว ส่วนสมก็มีไม่กี่อย่างเท่านั้น ใครสนใจก็ลองลุยเลย

Cr: http://cooking.kapook.com/view86893.html
..............
เครดิต ภาพ http://goo.gl/HzNsKp

เมนู สูตรอาหารไทย | ทอดมันข้าวโพดพร้อมวิธีทำ

เมนู สูตรอาหารไทย | ทอดมันข้าวโพดพร้อมวิธีทำ
เครื่องปรุง + ส่วนผสม

* ข้าวโพดฝานเอาแต่เมล็ด 2 ถ้วยตวง

* หมูสับหรือกุ้งสับละเอียด 1/4 ถ้วยตวง

* แป้งสาลี 1/2 ถ้วยตวง

* น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ

* เกลือ 1 ช้อนชา

* ใบมะกรูดหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ

* ถั่วฝักยาวหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ (จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

* น้ำตาล 1 ช้อนชา

* ไข่ไก่ 1 ฟอง

* น้ำจิ้ม (ซ๊อสมะเขือเทศ, น้ำจิ้มไก่, อาจาด, อื่นๆ)

* น้ำมันสำหรับทอด

สูตรอาหารไทย | ทอดมันข้าวโพด
สูตรอาหารไทย | ทอดมันข้าวโพด

วิธีทำทีละขั้นตอน

1. ในชามขนาดใหญ่ ผสมข้าวโพด, หมูสับ (หรือกุ้งสับ), แป้งสาลี, น้ำพริกแกงเผ็ด, เกลือ, ใบมะกรูด, ถั่วฝักยาว, น้ำตาลและไข่ไก่ลงไป นวดเบาๆจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี

2. นำช้อนตักส่วนผสมออกมา 2 ช้อนโต๊ะ และปั้นเป็นแผ่นกลม (เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว) ปั้่นจนส่วนผสมหมด แล้วจึงจากนั้นจึงนำไปทอดในน้ำมันที่ร้อนปานกลาง จนกระทั่งสุกทั่วจึงนำออกมาสะเด็ดน้ำมัน


3. จัดใส่จาน เสิรฟพร้อมน้ำจิ้มแตงกวา (อาจาด) หรือซ๊อสมะเขือเทศ (ซ๊อสพริก) พร้อมข้าวสวยร้อนๆ หรือ เป็นของว่างทานเล่นก็ดี

(สำหรับ 2 ท่าน)
picture:http://goo.gl/ZQSrUp
Cr: http://www.ezythaicooking.com/free_recipes/thai_pork_and_corn_cake_th.html

ทอดมันปลากราย พร้อมวิธีทำ

เมนู สูตรอาหารไทย | ทอดมันปลากราย พร้อมวิธีทำ
ส่วนประกอบ
เนื้อปลากรายขูดแล้ว ½ กิโลกรัม
ไข่ไก่ 1 ฟอง
ถั่วฝักยาวหั่นฝอย 1 ถ้วยตวง
คนอร์อร่อยชัวร์ 1 ½ ช้อนชา
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันสำหรับทอดทอดมัน

เครื่องปรุงน้ำพริกแกง
พริกแห้ง 5 เม็ด
กระเทียม 5 กลีบ
หอมแดง 2 หัว
ข่า (หั่น) 3-4 แว่น
ผิวมะกรูดหั่นฝอย ¼ ลูก
ตะไคร้ (ซอย) 1 ต้น
กะปิ ½ ช้อนชา
เกลือป่น ½ ช้อนชา

ส่วนผสมน้ำจิ้ม
น้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง
เกลือป่น 1 ช้อนชา
พริกขี้หนูแดงโขลก 5 เม็ด
ถั่วลิสงคั่วโขลก ¼ ถ้วยตวง
แตงกวาผ่าครึ่งซอยบาง 2 ลูก
ผักชี (เล็กน้อย)

วิธีทำ
โขลกเครื่องแกงให้ละเอียด แล้วจึงนำเนื้อปลาลงโขลกผสมกับน้ำพริกแกงจนเนื้อปลาเหนียว ตักขึ้นใส่กะละมัง ใส่ไข่ และถั่วฝักยาวหั่นฝอย นวดให้เข้ากัน
เติมคนอร์อร่อยชัวร์ น้ำปลาและน้ำตาลทราย นำไปลองทอดชิมรสก่อนได้
ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ใช้ไฟปานกลาง พอน้ำมันร้อน ปั้นทอดมันเป็นลูกกลมๆ แล้วกดให้แบนใส่ลงไปทอดจนสุกเหลืองทั้งสองด้าน ใช้ตะแกรงตักทอดมันขึ้นจากน้ำมันใส่พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จานรับประทานกับน้ำจิ้ม
ทำน้ำจิ้มโดยนำน้ำส้ม น้ำตาลทราย และเกลือป่นผสมกันตั้งไฟเคี่ยวให้เหนียวพอประมาณ ใส่พริกขี้หนูแดงเปิดไฟเคี่ยวต่อสักพักปิดไฟพักไว้ให้เย็น
เวลารับประทานผสมถั่วลิสงแตงกวาและผักชี
picture: http://goo.gl/qOogw9
Cr: http://goo.gl/4a9lm1

แกงปลาหมอ

แกงส้มถั่วฝักยาวปลาหมอ
เครื่องปรุง
ปลาหมอสด

ถั่วฝักยาว

พริกแกงส้ม

มะขามเปียก

น้ำตาลปีบ

น้ำปลา


วิธีเตรียม
1. ปลาหมอขอดเกล็ด ตัดครีบ หาง ผ่าท้องควักไส้ออก ล้างให้หมดเมือก ด้วยน้ำเกลือ หรือน้ำผสมน้ำส้ม ตัวหนึ่งตัดสองท่อน

2. ถั่วฝักยาวล้างน้ำ ตัดขั้วและหางออก หั่นเป็นท่อนๆละ 1 ½ นิ้ว

3. มะขามเปียกล้างน้ำ แช่ไว้สักครู่ คั้นเอาแต่น้ำ

วิธีทำ
1. แบ่งเนื้อปลาประมาณ 1 กก. ต้มกับน้ำนิดหน่อย พอสุกนำมาโขลกกับน้ำพริกให้ละเอียด

2. ละลายน้ำพริกลงในหม้อ ใส่น้ำยกขึ้นตั้งไฟ

3. น้ำแกงเดือดใส่ปลาพอเดือด ใส่ถั่วฝักยาว ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล น้ำส้มมะขามเปียก ตามชอบ พอเดือดอีกทีถั่วฝักยาวสุก ยกลง

วิธีเสิร์ฟ
ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟได้

ของที่ใช้แทนกันได้
1. ผัก ถ้าไม่มีถั่วฝักยาว ใช้ผักกาดขาว หัวผักกาดสด ผักกาดกวางตุ้ง มะละกอ ผักบุ้งไทย หน่อไม้ดอง และดอกแค

2. เนื้อสัตว์ ถ้าไม่มีปลาหมอ ใช้ปลากะพง ปลาสีกุน ปลาอินทรี ปลาเทโพ ปลาช่อน ปลาสวาย กุ้งชีแฮ้ ปลาหมอเทศ
เครดิตภาพ http://www.siamfishing.com

ต้มจืดหน่อไม้ซี่โครงหมู

กั บ ข้ า ว บ้ า น ๆ วั น นี้ เมนูต้มจืดหน่อไม้ซี่โครงหมู
>>> วันนี้มีของอร่อยๆในกอไผ่มาฝาก
>>> พร้อมเทคนิคการต้มจืดหน่อไม้ ต้มให้น้ำแกงใส

ต้มอย่างไรไม่ให้ขม...ไม่ให้ขื่น

ซดโล่งคอ..อร่อยชื่นใจ ต้มกันง่ายๆ...ไม่ยุ่งยากครับ
"ต้มจืดหน่อไม้ซี่โครงหมู"
มาดูกันครับ ต้มจืดหน่อไม้ใส่ซี่โครงหมู

ปรุงอย่างไรและใช้เครื่องปรุงอะไรกันบ้าง

หน่อไม่ไผ่หวาน 1 หน่อใหญ่ๆ

วันนี้ผมแกะเปลือกปอกฝานหั่น ต้มมาให้เสร็จสรรพเรียบร้อย

มากันแบบพร้อมปรุง

สำหรับวิธีการต้ม : เมื่อท่านได้หน่อไม้มาแล้ว

ทำการปอกเปลือกออกให้หมด

หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอดีคำ (ตามภาพ)

จากนั้นนำไปต้มน้ำเปล่าให้เดือด ประมาณ 15 นาที

เทน้ำทิ้ง ล้างด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง

เพื่อให้หน่อไม้ไม่ขื่นขม เวลาต้มจืดจะได้อร่อยๆครับ

หากหั่นเสร็จ นำไปต้มจืด ก็เตรียมทิ้งได้เลยครับ..ขมขื่น

>>> หลังจากต้มหน่อไม้เสร็จ ล้างน้ำเปล่า พักไว้

>>>เตรียมผงปรุงรสไว้สัก 2 ก้อน

(แบบไม่มีผงชูรส มีขายครับ)

บอกให้ก็ได้ครับ ยี่ห้อคนอร์ ซุบหมูก้อน สูตรไม่ใส่ผงชูรส

>>> ซี่โครงหมูอ่อน ครึ่งโล (สากลก็ว่า 500 กรัม)

สับเป็นชิ้นๆ เตรียมไว้ครับ

>>> ขาดไม่ได้ ผักชี

เตรียมไว้ด้วยครับ ใช้ทั้งต้นครับวันนี้

นำหม้อใส่น้ำตั้งไฟ รากผักชีใส่ลงไปครับ

พร้อมผงปรุงรส 2 ก้อน

ใช้ไฟแรงให้น้ำเดือดจัดๆ เหมือนกับโมโหใครมา

>>> หลังจากน้ำเดือดจัดได้ที่ นำซี่โครงหมูใส่ลงไป

++ขั้นตอนนี้สำคัญครับ....

หลังจากใส่ซี่โครงหมูลงไปในหม้อ

ให้หรี่ไฟลงทันที เหลือไฟอ่อนๆ ใช้ไฟเบาๆ

+++วิธีการนี้ จะทำให้น้ำต้มจืดหน่อไม่ใส ไม่ขุ่นครับ

....ใสปิ๊ง...วิ๊งเรียกพี่...

ตั้งไฟอ่อนๆเคี่ยวไปเรื่อยๆสักครึ่งชั่วโมง

ห้ามคนโดยเด็ดขาด ฟองก็ไม่ต้องช้อนทิ้ง

เพราะมันไม่มีจะให้ช้อนครับ วิธีการต้มแบบนี้

จริงๆฟองที่เกิดจากการต้มอาหารที่ช้อนทิ้งกันนั้น

บางท่านหารู้ไม่ว่า ท่านกำลังช้อนคุณค่าทางอาหารทิ้งไป

หากใช้วิธีการต้มแบบนี้ คุณค่าทางอาหารก็จะไม่เสียครับ

>>> หลังจากเคี่ยวซี่โครงหมูจนเปื่อยได้ที่ 30 นาที ผ่านไป

นำหน่อไม้ต้มที่เตรียมไว้ ใส่ลงไปครับ

ขั้นตอนนี้เร่งไฟให้แรง

เมื่อน้ำแกงเดือด ให้เบาไฟลงอ่อนๆเหมือนเดิม

ปรุงรสด้วย ซีอิ๊วขาว ชืมรสตามชอบ

ตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวต่อประมาณสัก 10 - 20 นาที

ก็เป็นอันว่าใช้ได้...สำเร็จเสร็จสิ้นกระบวนการ

ดูกันชัดๆอีกครั้ง น้ำซุปที่ต้มจะใสน่ารับประทาน ไม่ขุ่นข้น

คุณค่าทางอาหารของเนื้อสัตว์ยังอยู่ครบ ไม่สูญหายไปไหน

ซี่โครงหมูเห็นเป็นชิ้นๆ เปื่อยนุ่มได้ที่ หน่อไม้ขาวใสน่ารับประทาน

ก่อนปิดไฟโรยผักชีหั่นฝอยลงไป

กลิ่นหอมลอยขึ้นเตะจมูก เล่นทำเอาผมหน้าหงาย

กลืนน้ำลายดังเอื๊อกในลำคอ

"ต้มจืดหน่อไม้ซี่โครงหมู"

ตักใส่ถ้วย...เสิร์ฟร้อนๆ เหยาะพริกไทยป่นลงไปหน่อย

ยิ่งเป็นมื้อเช้าๆ ต้มทิ้งไว้ค้างคืน อุ่นให้ร้อนตักราดข้าว

ได้ "ข้าวต้มหน่อไม้ซี่โครงหมู" เพิ่มพลังง่ายๆอีกหนึ่งมื้อ

ขอขอบคุณ "ครัวดงละคอน"
................
ขอบคุณภาพและสูตร http://group.wunjun.com/jawanpunzom/topic

เกี๊ยวทอด เมนูอาหารเจ เกี๊ยวทอดไส้ผัก พร้อมด้วยวิธีทำ

เกี๊ยวทอด เมนูอาหารเจ เกี๊ยวทอดไส้ผัก พร้อมด้วยวิธีทำ

ส่วนผสม

  • 1. แผ่นเกี๊ยว 30 แผ่น
  • 2. เต้าหู้ขาว 1 แผ่น
  • 3. ถั่วงอกเด็ดหาง 1/2 ถ้วย
  • 4. กะหล่ำปลีหั่นฝอย 1/2 ถ้วย
  • 5. แครอทไสเป็นเส้นเล็กๆ 1/4 ถ้วย
  • 6. แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
  • 7. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • 8. น้ำตาล 1/4 ช้อนชา
  • 9. เกลือ 1 ช้อนชา
  • 10. น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
  • 11. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • 12. น้ำมันพืชสำหรับทอด 2 ถ้วย


เครื่องปรุงน้ำจิ้ม

  • 1. น้ำสลัดน้ำข้น 2 ช้อนโต๊ะ
  • 2. หอมใหญ่สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
  • 3. น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • 4. เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • 5. งาคั่ว 1 ช้อนชา
  • 6. ซอสพริก 1 ช้อนชา


วิธีทำน้ำจิ้ม

  • ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกัน หรือจะใช้ซอสพริกเป็นน้ำจิ้มก็ได้


วิธีทำอาหารเจ

  • 1. ยีเต้าหู้ให้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่น้ำตาล ซีอิ๊วขาว เกลือ แป้งข้าวโพด ผสมให้เข้ากัน
  • 2. ผัดผักทั้งสามชนิดกับน้ำมันจนผักสุกนิ่ม ใส่เต้าหู้ผัดให้เข้ากัน ตักออกให้เย็น
  • 3. ตักผักที่ผัดประมาณ 1 ช้อนชา วางลงบนแผ่นเกี๊ยวแต่ละแผ่น ห่อไส้ด้วยแผ่นเกี๊ยวให้สนิท ใช้น้ำทาริมแผ่นเกี๊ยวบีบริมให้แน่น


วิธีห่อเกี๊ยว

  • 1. ใส่ไส้ตรงกลางพับมุมตรงข้ามเข้าหากัน ใช้น้ำแตะริมแผ่นเกี๊ยว บีบให้แน่น จะได้เกี๊ยวรูป 3 เหลี่ยม
  • 2. ใส่ไส้ตรงกลางพับมุมตรงข้าม แล้วจึงจับด้านซ้ายขวาตรงส่วนฐานเข้าหากัน ทาน้ำบีบเบาๆ จะได้เกี๊ยวคล้ายรูปดอกไม้คือตรงส่วนริมไม่ติดกัน
  • 3. ใส่ไส้ตรงกลาง พับด้านตรงข้ามเข้าหากันแล้วจึงทาน้ำหัวท้ายแผ่นเกี๊ยว พับให้แน่น จะได้เกี๊ยวรูปสามเหลี่ยมผืนผ้า
  • 4. ใส่น้ำมันลงในกะทะ พอน้ำมันร้อนใส่ตัวเกี๊ยวทอดให้กรอบเหลือง ตักออกให้สะเด็ดน้ำมัน กินกับน้ำจิ้ม ใช้เป็นอาหารว่างกินกับเครื่องดื่ม


picture:youtube.com
Cr https://goo.gl/bRd9Ya

แผงลอยต่งจังหวัด

  แผงลอยตลาดนัด เป็นตลาดนัดในต่างจังหวัด ราคาค่าแผงลอยถูกมากๆ เคยถามคนขายคนหนึ่ง ว่าเท่าไหรต่อวัน เขาบอกว่า 20 บาท/วัน ตลาดเขาก็ทำแบบง่ายๆ ย...